ความรู้

Knowledge

ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร ธาตุเจ้าเรือนสำคัญอย่างไร

มารู้จักธาตุเจ้าเรือนประจำตัวเรากันเถอะ

ธาตุเจ้าเรือน หมายถึง ลักษณะ รวมถึงบุคลิกและอุปนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและอาจเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง ซึ่งได้อิทธิพลมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม

 ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเชื่อว่า การเกิดชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นได้ต้องมีพ่อมีแม่ที่มีลักษณะของหญิงชายครบถ้วน กล่าวคือ พ่อมีลักษณะของชายครบ และแม่มีลักษณะของหญิงครบ โดยให้ความหมายของชีวิตไว้ว่า ชีวิต คือ ขันธ์ 5 อันได้แก่ รูปเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

คัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า เมื่อตั้งครรภ์ในฤดูอันใด ให้เอาธาตุของฤดูนั้นเป็นที่ตั้งแห่งธาตุกุมาร กุมารีนั้นๆ แต่คนส่วนใหญ่มักจำได้เฉพาะเพียงวันเกิด เพราะการตั้งครรภ์หมายถึง การปฏิสนธิ ดังนั้นผู้ที่เกิดเดือนใดจะมีธาตุอะไรเป็นธาตุเจ้าเรือน โดยการนำอายุตั้งครรภ์มาพิจารณา ซึ่งเป็นการแบ่งอย่างคร่าวๆ จึงสามารถประมาณการแบ่งเป็นธาตุลม, ธาตุน้ำ, ธาตุดิน และธาตุไฟ โดย องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่นหรือมากกว่าอย่างหนึ่งเรียกว่า เจ้าเรือน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละคน โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน เป็นลักษณะธาตุเจ้าเรือน ลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะโดยรวม ทุกคนจะมีลักษณะเด่นๆ ปะปนกันไป สุดแท้แต่จะมีลักษณะเด่นของธาตุใดมากหรือน้อย หากพิจารณาดูแล้วมีลักษณะค่อนข้างเป็นลักษณะของธาตุใด ก็เรียกว่ามีบุคลิกส่วนใหญ่เป็นธาตุนั้น

อย่างไรก็ตามธาตุเจ้าเรือนหรือลักษณะบุคลิกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอาจสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับลักษณะที่เป็นมาตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาได้ เช่น บางคนอาจมีธาตุเจ้าเรือนเดิมเป็นธาตุไฟ ปัจจุบันมีลักษณะเปลี่ยนเป็นธาตุลม ทั้งนี้เป็นเพราะการเลี้ยงดู พฤติกรรมการกินและสิ่งแวดล้อม ทำให้ธาตุเปลี่ยนไป โดยทั่วไปแล้วธาตุเจ้าเรือนเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลงในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งสภาวะสุขภาพของคนเราจะถูกควบคุมด้วยธาตุทั้ง 4 โดยธาตุเจ้าเรือนมีความสำคัญและสัมพันธ์อย่างยิ่งกับอาการเจ็บป่วยของแต่ละคนได้เมื่อเกิดภาวะความไม่สมดุลของธาตุเจ้าเรือน

 

เมื่อธาตุทั้ง 4 เสียสมดุลก็มักทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นได้ เป็นการหาสาเหตุการเจ็บป่วยด้วยธาตุ

 

คุณหมอปิ่นลักษณ์ จากศูนย์ธรรมชาติบำบัดแผนไทย สิริบูรพา โดยวิถีธรรมชาติบำบัด เพื่อสุขภาพและความงาม ด้วยศาสตร์ภูมิปัญญาไทยโบราณประจำตระกูลที่สืบทอดมากว่า 3 ชั่วอายุคน ได้แนะนำวิธีการตรวจสอบธาตุเจ้าเรือนโดยดูจากเดือนเกิด

มาตรวจสอบธาตุเจ้าเรือน ง่ายๆ คลิกเลือกเดือนเกิด ดังนี้

_ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม

_ผู้ที่เกิดเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน

_ผู้ที่เกิดเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน

_ผู้ที่เกิดเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม

ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ธาตุเจ้าเรือน คือ ธาตุไฟ

ธาตุไฟเจ้าเรือน คนธาตุไฟโดยมากอวัยวะได้สัดส่วน ข้อกระดูกหลวม ผม ขน หนวด อ่อนนิ่ม ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน ผิวหนังย่น มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง จะขี้ร้อน หิวบ่อย กินเก่ง ความต้องการทางเพศปานกลาง

เป็นคนมีเหตุผล คล่องแคล่ว ว่องไว ตัดสินใจเด็ดขาด มีความสามารถรอบด้าน เชื่อมั่นในตัวเองสูง เสียงกังวานมีพลัง ท่วงทำนองการพูดมีลักษณะออกคำสั่ง ความจำปานกลาง ความคิดริเริ่มดีเป็นนักบุกเบิก ความกระตือรือร้นปานกลาง ในทางตรงข้ามใจร้อน หงุดหงิดง่าย เครียดง่าย อ่อนไหวและเข้าใจยาก ไม่ค่อยอดทนต่อสิ่งรอบข้าง วู่วาม

ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย เป็นคนเจ้าอารมณ์ การควบคุมสุขภาพของคนธาตุไฟ คือ การทำงานของน้ำดี การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย อาการเจ็บป่วยที่มักพบได้ในคนธาตุไฟ เช่น ท่อน้ำดีอุดตัน ตับอักเสบ ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องอืด มีไข้ ตัวร้อนได้ง่าย เป็นต้น โดยเฉพาะในฤดูร้อนมักเจ็บป่วยง่าย เพราะธาตุไฟกำเริบ

ผู้ที่เกิดเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ธาตุเจ้าเรือน คือ ธาตุลม

ธาตุลมเจ้าเรือน คนธาตุลมส่วนมากมีรูปร่างโปร่ง ผอมบาง อวัยวะไม่สมส่วน ข้อกระดูกมักลั่นเมื่อเคลื่อนไหว มีผิวหนังหยาบกร้าน ผมขนอ่อน นิ่มและน้อย ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ ความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี

เป็นคนช่างพูด เสียงแหบต่ำ ท่วงทำนองการพูดเร็ว ออกเสียงไม่ชัด จำเร็ว ลืมเร็ว ความคิดริเริ่มดี ช่างคิด ช่างฝัน ชอบออกความเห็น ชอบเพ้อฝันมีจิตนาการสูง จึงมักเป็นศิลปิน มีความกระตือรือร้นสูงมาก ในทางตรงข้ามมักเป็นคนไม่อยู่สงบนิ่งๆขี้โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวนง่ายไม่มั่นคง ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่ตรงต่อเวลา

คนธาตุลมมักเจ็บป่วยในช่วงอายุ 32 ปีขึ้นไป ด้วยอาการของระบบประสาท การไหลเวียนของโลหิต อารมณ์ และจิตใจ เช่น วิงเวียน หน้ามืด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย เป็นลมง่าย ปวดเมื่อยตามแขนขา เป็นต้น โดยเฉพาะในฤดูฝนจะเจ็บป่วยง่าย เพราะธาตุลมกำเริบ

ผู้ที่เกิดเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ธาตุเจ้าเรือน คือ ธาตุน้ำ

ธาตุน้ำเจ้าเรือน คนธาตุน้ำโดยมากรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน อ้วนง่าย ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำเป็นเงางาม ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดี เสียงโปร่ง ความรู้สึกทางเพศดี อากัปกิริยามักเฉื่อย

เสียงหวานใส ท่วงทำนองการพูดเรื่อยๆ นุ่มนวล มีความจำดีมาก คิดเป็นระบบ มีระเบียบ เป็นนักวางแผนมือฉกาจ ความคิดริเริ่มไม่ค่อยดี อารมณ์อ่อนโยน สงบเย็นประนีประนอม  เจ้าชู้นิดๆ ใจกว้าง มีเหตุผล สู้ชีวิต ในทางตรงข้ามจะไม่ค่อยกระตือรือร้น เฉื่อยชาเกียจคร้าน ตัดสินใจช้าไม่ค่อยเด็ดขาด อารมณ์เสียง่าย ใจอ่อน

คนธาตุน้ำมักป่วยในช่วงอายุ 0-16 ปี การความคุมสุขภาพของคนธาตุน้ำ คือ การความคุมน้ำภายในร่างกาย เช่น น้ำมูก เสมหะ น้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ น้ำดี น้ำปัสสาวะ เป็นต้น คนธาตุน้ำจึงมักเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะ เช่น โรคหวัด คัดจมูก ตาแฉะ ท้องร่วง เป็นต้น โดยเฉพาะฤดูหนาวจะเจ็บป่วยง่าย เพราะธาตุน้ำกำเริบ

ผู้ที่เกิดเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ธาตุเจ้าเรือน คือ ธาตุดิน

ธาตุดินเจ้าเรือน คนธาตุดินมักจะรูปร่างสูงใหญ่ อวัยวะสมบูรณ์ ล่ำสัน บึกบึน ทะมัดทะแมง เจ้าเนื้อ ผิวค่อนข้างคล้ำ ขน ผมหนา ดก เข้ม กระดูกใหญ่ ข้อกระดูกหลวม มีน้ำหนักตัวมาก น้ำหนักตัวมักขึ้นเร็วแต่ลงช้า ความรู้สึกทางเพศดีปานกลาง

ความจำดี ความคิดริเริ่มปานกลาง สุขุมรอบคอบ เฉลียวฉลาด จิตใจหนักแน่น ความกระตือรือร้นไม่ค่อยมี มีเป้าหมายในชีวิตสูง เสียงดังหนักแน่นฟังชัด  ท่วงทำนองการพูด ตรงไปตรงมา โผงผาง ในทางตรงข้ามเป็นคนขี้น้อยใจ เข้าทำนองตัวเท่าช้างใจเท่ามด ดื้อรั้น อารมณ์โกรธรุนแรง เมื่อเกิดความไม่มั่นใจจะเกิดความลังเลและซึมเศร้า

 

สิ่งสำคัญที่ช่วยในการควบคุมสุขภาพของคนธาตุดิน คือ ความสมบูรณ์ของหัวใจ อาหารที่รับประทาน และกากอาหารในลำไส้ เมื่อมีการเสียสมดุลของตัวควบคุมสุขภาพ จะทำให้คนธาตุดินมักเจ็บป่วยด้วยโรคของอวัยวะโครงสร้างหลักของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ริดสีดวงทวาร เป็นต้น โดยลักษณะของอวัยวะที่สมบูรณ์แข็งแรง คนธาตุดินจึงมักไม่ป่วยง่าย แต่ถ้าเจ็บป่วยเมื่อใดจะเป็นหนักเลยทีเดียว เนื่องจากธาตุดินเป็นที่ตั้งของกองธาตุซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คืนความกระชับและความสาวให้คุณผู้หญิง เสน่ห์ที่ถวิลหา

 

คนโบราณมักจะมีลูกดก และแม้จะมีลูกหลายคนก็ยังมีความสุขในชีวิตคู่ได้ โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องช่องคลอดที่ไม่กระชับ ปัญหาเรื่องความไม่กระชับของช่องคลอดนั้นเป็นเพียงปลายของปัญหา พบได้ทั้งผู้หญิงที่มีบุตรแล้วและยังไม่มีบุตร ซึ่งจุดเริ่มต้นของปัญหามาจากมดลูกที่ติดเชื้อ หย่อนยาน มดลูกต่ำ มดลูกตะแคง หรือมดลูกลอย นำพามาซึ่งปัญหาของการติดเชื้อง่าย ตกขาว มีกลิ่นไม่พึงประสงค์มีลมออกช่องคลอดดั่งผายลม ขาดความกระชับ ขาดความมั่นใจ ขาดเสน่ห์ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของผู้หญิง หญิงไทยสมัยโบราณจึงให้ความสำคัญเรื่องมดลูกเข้าอู่เป็นอย่างมากอาการที่บ่งบอกถึงภาวะที่ผิดปกติภายในอุ้งเชิงกราน นอกจากความไม่กระชับแล้ว

จะสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

1. การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยไม่มีการอุดตันหรือการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ

2. ปัสสาวะเล็ดเมื่อมีการเกร็งของกล้ามเนื้อหน้าท้อง เช่น จาม หัวเราะเสียงดัง ยกของหนัก ก้าวขึ้นบันได

3. ปวดศีรษะ ตึงคอ ปวดถ่วงท้องน้อยมาก ปวดหลัง บั้นเอว กระเบนเหน็บ อุ้งเชิงกราน ปวดหลังร้าวมาท้องน้อย ปวดร้าวชาออกขา หรืออาจมีอาการขัดหน้าขา

4. เย็นปลายมือปลายเท้า ถูกความเย็นไข้จะขึ้น ไม่ทนร้อนทนหนาว

5. ใจหวิว ใจสั่น อ่อนเพลีย

6. มีอาการตกขาว ทั้งแบบไม่ติดเชื้อและแบบติดเชื้อ อาจมีสีกลิ่นที่ผิดปกติ หรือไม่มีสีกลิ่นแต่มีปริมาณมากกว่าปกติ

7. ผายลมออกทางช่องคลอด เมื่อเวลาเปลี่ยนอิริยาบถ หรือเวลามีเพศสัมพันธ์

8. เวลาก้าวเดินโดยเฉพาะก้าวยาวๆ จะมีอาการเสียวช่องคลอด

 

สาเหตุของการเกิดปัญหามาจากหลายสาเหตุ

1. มดลูกไม่เข้าอู่ หรือเข้าอู่ไม่สนิท มักพบหญิงมีบุตรมากที่หลังคลอดบุตรไม่ได้ทำการอยู่ไฟ

2. ความเสื่อมของร่างกาย มักพบในผู้สูงอายุ วัยหมดประจำเดือน หรือผู้หญิงที่ตัดมดลูก

3. การทำงานหนักเกินกำลัง ส่งผลให้เกิดแรงดันที่มากในอุ้งเชิงกราน

4. การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำจนเกิดการอักเสบติดเชื้อในระบบอุ้งเชิงกราน

5. ปัญหาที่ระบบกระดูกสันหลังช่วงเอว เช่น การตกจากที่สูง  หกล้มก้นกระแทก เป็นต้น

6. การมีเพศสัมพันธ์ที่บ่อยเกินไปและไม่มีการดูแลสุขอนามัยภายหลังการมีเพศสัมพันธ์จนก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ

7. การออกแรงเบ่งขณะถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะจนเกิดแรงดันช่องท้องส่วนล่าง โดยเฉพาะการนั่งยองๆ มักพบในผู้ที่มีปัญหาท้องผูก และผู้ที่ปัสสาวะกระปริดกระปรอย

 

สูตรกระชับความสาว

หญิงไทยสมัยก่อนได้ใช้ตำรับกวาดช่องคลอดเพื่อลดการติดเชื้อ กำจัดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ สมานรักษาแผลภายใน ทำให้ช่องคลอดแห้ง สะอาด พยุงมดลูกให้หดตัวกลับเข้าสู่อุ้งเชิงกรานหรือที่เรียกว่ามดลูกเข้าอู่ เมื่อสภาวะของช่องคลอดและภายในอุ้งเชิงกรานกลับมาปกติ ความยืดหยุ่นและความกระชับก็กลับมาอีกครั้งภายในเวลาไม่นาน

ตำรับกวาดช่องคลอดมีสรรพคุณในการลดการติดเชื้อ สมานฝาด ช่วยให้ช่องคลอดสะอาด กระชับ ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดุจรีแพร์โดยไม่ต้องผ่าตัด  ใช้ผงสมุนไพรที่บดละเอียดแล้วครั้งละ 1 หยิบมือ หรือประมาณ 1 ช้อนชา ผสมน้ำกระสายยาที่อ่อนโยน นำไปแตะบริเวณปากช่องคลอด ปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นค่อยล้างออกทำความสะอาดปกติ  ให้ใช้เพียงวันละ 1 ครั้งสำหรับผู้ที่มีช่องคลอดที่ไม่สะอาด ภายใน 12 ชั่วโมงอาจมีการขับของเสียออกมาทางช่องคลอด ให้ทำซ้ำใหม่ต่อเนื่อง 7-15 วัน และรอฟังผลลัพธ์เสน่ห์สาวจากคนข้างกายของคุณ 

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หุ่นดีหลังคลอด

                ภายหลังการคลอดบุตร คุณแม่มักกังวลกลัวรูปร่างจะไม่กลับมากระชับเหมือนเดิม บางท่านคลอดบุตรมาแล้วหลายปีรูปร่างก็ยังไม่กระชับ หน้าท้องขยาย ต้นแขนต้นขาใหญ่ หน้าอกคล้อย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปกับเคล็ดไม่ลับในการดูแลรูปร่างให้คุณแม่กลับมาเป็นคุณแม่ที่ทั้งสวยและแข็งแรงอีกครั้ง

1. อบกระโจมสมุนไพรป่า

ช่วยขับพิษออกทางเหงื่อ ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ช่วยรมตาในคุณแม่ที่มีปัญหาตาพร่ามัว ช่วยปรับระบบทางเดินหายใจ ช่วยผ่อนคลายคืนความสดชื่น ช่วยลดอาการปวดตึงเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ

การอบกระโจมที่ให้ผลดีควรใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณชัดเจนในการรักษา และควรอบกระโจมให้ส่วนของศีรษะอยู่ในกระโจมด้วยอย่างน้อย 10 นาที และควรดื่มน้ำก่อนและหลังอบกระโจม 1 แก้วเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกาย

ข้อควรระวัง ไม่ควรอบกระโจมเกิน 30 นาทีต่อวัน  ไม่ควรทำการอบสมุนไพรขณะมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส  โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคหอบหืดระยะรุนแรง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง ในรายที่มีความดันโลหิตสูง 180 มิลลิเมตรปรอท ผู้หญิงที่มีประจำเดือนร่วมกับมีอาการไข้ร่วมด้วย ผู้ที่มีการอักเสบจากบาดแผลต่างๆ ผู้ที่อ่อนเพลีย อดนอน อดอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ ผู้ที่ปวดศีรษะชนิดรุนแรง คลื่นไส้

2. นวดประคบทฤษฎีคู่ขนานตามหลักกายวิภาคศาสตร์แผนไทย

ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ขับน้ำคาวปลา ช่วยปรับสรีระโครงสร้างร่างกายให้เข้าที่ กระตุ้นให้การไหลของน้ำนมมีมากขึ้น บรรเทาอาการปวดคัดเต้านม ลดการเป็นตะคริว ลดการช้ำบวม ลดการอักเสบ กระตุ้นให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และช่วยคลายกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย ช่วยปรับระบบทางเดินหายใจช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด

การประคบด้วยวิธีนี้จะใช้ลูกประคบสดครั้งละ 4 ลูกทำไปพร้อมๆ กัน ณ จุดบำบัดตามหลักกายวิภาคศาสตร์แผนไทย โดยต้องมีการกำหนดลมหายใจมิให้ขัดกับระบบทางเดินเส้นเลือดเส้นลมภายในร่างกาย จึงจะทำให้ระบบเลือดลมไหลเวียนทั่วร่างได้อย่างแท้จริง

ข้อควรระวัง ลูกประคบสดที่ใช้แล้วควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ เนื่องจากการประคบเป็นการถอนพิษออกจากร่างกายมาสู่ลูกประคบ และสรรพคุณสมุนไพรที่ใช้ประคบแล้วจะมีประสิทธิภาพลดลง จึงควรทิ้งไม่นำกลับมาใช้ซ้ำถึงแม้จะเป็นการใช้ซ้ำกับตนเองก็ตาม จะทำให้เกิดการทับถมไข้และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

3. นวดหม้อเกลือ

ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว ลดไขมันหน้าท้อง กระชับสัดส่วนทั้งส่วนเชิงกราน สะโพกและต้นขา กระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำนม กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต คืนความอบอุ่นให้ร่างกาย ลดอาการปวดเมื่อย และทำให้น้ำคาวปลาไหลสะดวก

เป็นการอาศัยความร้อนจากเกลือที่นำมาใส่ในหม้อดินทนน ความร้อนจากเกลือจะนำพาสรรพคุณทางยาผ่านผิวหนังทีละชั้น จนทั่วร่างกาย

มารดาที่มีการคลอดแบบปกติสามารถทับหม้อเกลือได้ในวันที่ 7 หลังจากคลอด ส่วนมารดาที่คลอด ด้วยวิธีการผ่าท้องคลอด สามารถทับหม้อเกลือได้เมื่อครบกําหนด 30 วัน เนื่องจากต้องรอให้แผลผ่าตัดแห้งเสียก่อน โดยสามารถทับหม้อเกลือได้วันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน 15 วัน จนถึง 2 เดือน

4. นึ่งท้อง

ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันหน้าท้อง กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องกระชับสัดส่วน ขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่และทำให้น้ำคาวปลาไหลสะดวก

สมุนไพรที่ใช้นึ่งท้องจะมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้อย่างรวดเร็ว โดยการนำสมุนไพรมาทาบริเวณหน้าท้องให้ทั่ว ประคองตัวยาด้วยมาลัยคล้องท้อง และใช้ความร้อนจากหม้อเกลือเป็นตัวนำพาสมุนไพรผ่านชั้นไขมันหน้าท้อง

5. นั่งถ่าน

ช่วยสมานแผล ป้องกันฝีเย็บอักเสบ ทำให้แผลหายเร็ว ลดการอักเสบ ช่วยให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็ว ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อช่องคลอดให้คืนสภาพแข็งแรงกระชับ และยืดหยุ่นดีขึ้น ป้องกันมุตกิดและระดูขาว

เป็นการรมควันด้วยสมุนไพรที่มีสรรพคุณสมานแผล และลดการอักเสบติดเชื้อ โดยให้นั่งบนเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ที่เจาะรูตรงกลางเพื่อให้ช่องคลอดและบริเวณก้นลอดได้ ใต้เก้าอี้นี้จะมีเตาร้อนวางอยู่ และโรยผงยานั่งถ่านให้เกิดควัน มักทำหลังจากทำความสะอาดช่องคลอดแล้ว ควรทำครั้งละ 15 นาที วันละ 1 ถึง 2 ครั้งต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 15 วัน จนถึง 2 เดือน

ข้อควรระวัง ควรใช้ถ่านที่ไม่มีประกายไฟมิฉะนั้นสะเก็ดถ่านจะแตกกระเด็นทำให้เกิดแผลพุพองได้ จึงต้องใช้ถ่านที่ไม่แตกเวลาติดไฟ

6. รัดหน้าท้อง

                ช่วยป้องกันมิให้มดลูกเคลื่อนเอี้ยวไปจากที่ของมดลูก ช่วยไม่ให้ผนังหน้าท้องหย่อนยาน ก่อนรัดหน้าท้องจะต้องมีการคลึงมดลูกให้แข็งตัวเสียก่อนจึงวางผ้าลักษณะวงกลมตรงมดลูก จากนั้นจึงใช้ผ้าอีกผืนรัดท้องพันทับขึ้นมาอย่าให้แน่นเกินไป ควรพันหน้าท้องอย่างน้อย 15 วัน

 

ข้อควรระวัง ไม่ควรรัดหน้าท้องแน่นเกินไปเพราะจะทำให้น้ำคาวปลาเดินไม่สะดวก ควรแก้ผ้าพันออกตรวจดู และต้องพันผ้าใหม่ทุกวันหลังเช็ดตัวหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 กินอาหารตามธาตุเจ้าเรือนทำให้หน้าเด็ก

อาหารเป็นสิ่งสำคัญกับมนุษย์อย่างยิ่ง  เพราะเป็นความต้องการพื้นฐานหนึ่งในปัจจัย 4 การรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคบางอย่างได้ทั้งยังช่วยชะลอวัยได้ด้วยหากรับประทานอาหารได้ถูกต้องเหมาะสมกับพื้นฐานความต้องของแต่ละบุคคลตามธาตุนั้นๆ เฉกเช่นกับการรับประทานอาหารตามกลุ่มเลือด

ในอดีตคนไทยนิยมนำพืชสมุนไพรมาปรุงเป็นอาหารด้วยความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องธาตุ  อาหารไทยจึงมีหลายรส  และสามารถปรับรสให้สอดคล้องกับธาตุเจ้าเรือนหรืออาการของโรค  แต่มิได้หมายความว่าให้รับประทานเพียงรสใดรสหนึ่ง  แต่ควรรับประทานเน้นรสอาหารบำรุงธาตุที่เด่นหรือมีปัญหา  เช่น เสียสมดุลธาตุไฟให้รับประทานอาหารรสขมมากกว่ารสอื่น เป็นต้น

อาหารของผู้ที่มีธาตุดินเป็นธาตุเจ้าเรือน

รสอาหาร ควรรับประทานอาหารรสฝาด รสหวาน รสมัน รสเค็ม

สรรพคุณของอาหาร

รสฝาด ช่วยสมาน ปิดธาตุ หากรับประทานมากเกินไป ทำให้ฝืดคอ ท้องอืด ท้องผูก

รสหวาน ซึมซาบไปตามเนื้อ ทำให้ชุ่มชื่น บำรุงกำลัง หากรับประทานมากเกินไปทำให้กำเริบ ง่วงนอน เกียจคร้าน

รสมัน แก้เส้นเอ็นพิการ ปวดเสียว ขัดยอก กระตุก

รสเค็ม  ซึมซาบไปตามผิวหนัง ประดง ชา คัน  หากรับประทานมากเกินไปทำให้มีอาการกระหายน้ำ ร้อนใน

ตัวอย่างอาหาร

อาหารเช้า ข้าวต้ม ถั่วลิสงคั่วเกลือ กุ้งหวาน ถั่วงอก ผัดเต้าหู้เหลือง

อาหารกลางวัน วุ้นเส้นผัดไทย ขนมจีนน้ำพริก หมี่กะทิ ข้าวซอยไก่

อาหารเย็น แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดไก่ใส่ฟักทอง ปลากุเลาเค็มทอด แกงอ่อมไก่ ผัดดอกกุ่ยช่ายกับตับหมู ยำถั่วพู แกงแคไก่ หลนเต้าเจี้ยว ยำหัวปลี

ผักจิ้ม หัวปลี  ยอดกระถิน ใบบัวบก ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักกระโดน กล้วยดิบ ยอดมะยม สมอไทย กระโดนน้ำ ผักหวาน ขนุนอ่อน สตอ ผักโขม โสน

ผลไม้ ฝรั่ง กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงสุก มังคุด เงาะ ลำไยถั่วต่างๆ

เครื่องดื่ม น้ำฝรั่ง น้ำฟักทอง น้ำแตงโม น้ำเต้าหู้น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำตาลสด น้ำมะตูม น้ำแคนตาลูป น้ำส้ม น้ำลูกเดือย น้ำข้าวโพด

ของหวาน ถั่วเขียวต้ม กล้วยน้ำว้านึ่งมะพร้าวขูด กล้วยหักมุกเผา ฟักทองนึ่งมะพร้าวขูด กล้วยบวชชี

อาหารของผู้ที่มีธาตุน้ำเป็นธาตุเจ้าเรือน

รสอาหาร ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด

สรรพคุณของอาหาร

รสเปรี้ยว แก้เสมหะพิการ กัดฟอกเสมหะ กระตุ้นน้ำลาย เจริญอาหาร หากรับประทานมากเกินไปทำให้ท้องอืด แสลงแผลร้อนใน

ตัวอย่างอาหาร

อาหารเช้า ข้าวต้ม ยำกุ้งแห้ง ซี่เซ็กไฉ่ กระเทียมดองผัดไข่

อาหารกลางวัน ไก่ย่าง ส้มตำ ลาบปลาดุก ต้มแซ่บ ข้าวยำปักษ์ใต้ ข้าวคลุกกะปิ ก๋วยเตี๋ยว ต้มยำสุโขทัย

อาหารเย็น ต้มยำไก่ใบมะขามอ่อน น้ำพริกปลาย่าง ผัดเปรี้ยวหวานปลากะพง แกงส้มผักบุ้ง น้ำพริกมะขามสด ปลาทอด ยำทะเล

ผักจิ้ม ยอดมะขามอ่อน ยอดมะกอก ผักแต้ว ขี้เหล็ก แคบ้าน ชะมวง ผักติ้ว มะอึก มะเขือเครือ สะเดาบ้าน

ผลไม้ สับปะรด ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะเฟือง รางสาด มะม่วงดิบ มะยม มะกอก มะดัน กระท้อน

เครื่องดื่ม น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบ น้ำระกำ น้ำสับปะรดน้ำใบบัวบก น้ำมะเขือเทศ น้ำมะเฟือง

ของหวาน กระท้อนลอยแก้ว ส้มลอยแก้ว สับปะรดลอยแก้ว

 

อาหารของผู้ที่มีธาตุลมเป็นธาตุเจ้าเรือน

รสอาหาร ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด

สรรพคุณของอาหาร

อาหารรสเผ็ดร้อน แก้โรคในกองลม ลมจุกเสียด ปวดท้อง ลมป่วง หากรับประทานมากเกินไป ทำให้เกิดอาการ อ่อนเพลีย และเผ็ดร้อน

ตัวอย่างอาหาร

อาหารเช้า ข้าวต้ม ขิงดอง เต้าเจี้ยว ผัดผักบุ้งไฟแดง ยำปลาทูน่าใส่หอมใหญ่ โจ๊กหมูใส่ขิง

อาหารกลางวัน วุ้นเส้นผัดขี้เมากุ้ง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ขนมจีนน้ำยา ขนมจีนแกงเขียวหวาน

อาหารเย็น แกงเลียงไก่ผัดขิงสด ปลาทอดราดพริก แกงป่าใส่ปลาช่อน น้ำพริกลงเรือ ผักพริกขิง ปลาทูต้มส้ม ปลาทูสด ยำรวมมิตรทะเล ไก่ผัดพริกหยวก

ผักจิ้ม ใบชะพลู ขมิ้นขาว ผักแขยง ผักชีล้อม ใบสะระแหน่ ใบแมงลัก ใบโหระพาขิง ข่า ตะไคร้ กระชายพริกไทย กระทือ ดอกกระเจียว ขมิ้นชัน ผักไผ่ พริกขี้หนูสด ผักชีลาว ยี่หร่า

ผลไม้ ชมพู่ แตงโม แตงไทย

เครื่องดื่ม น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำข่า น้ำกานพลู

ของหวาน  เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง มันต้มน้ำตาลใส่ขิง ขนมเทียนไส้เค็ม

 

อาหารของผู้ที่มีธาตุไฟเป็นธาตุเจ้าเรือน

รสอาหาร ควรรับประทานอาหารรสขม รสเย็น รสจืด หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน

สรรพคุณของอาหาร

อาหารรสขม แก้โลหิตเป็นพิษ ดีพิการ เพ้อคลั่ง หากรับประทานมากอาจทำให้กำลังตก อ่อนเพลีย

อาหารรสเย็น/จืด  แก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้ไขพิษ แก้ไข้เพื่อกำเดา ดับพิษร้อน

ตัวอย่างอาหาร

อาหารเช้า  ซุปรากบัวเห็ดหอม ตุ๋นมะระซี่โครงหมู ข้าวต้ม ใบปอผัด ปลาใบขนุนนึ่งจิ้มเต้าเจี้ยว ต้มจับฉ่าย

อาหารกลางวัน ข้าวแช่ ข้าวราดหน้าไก่ ก๋วยเตี๋ยวน้ำสุโขทัย

อาหารเย็น แกงขี้เหล็ก ห่อหมกใบยอ น้ำปลาหวานสะเดา ปลาดุกย่าง แกงจืดตำลึง หมุสับ แกงปลาดุกใส่มะระ ปลาช่อนผัดคึ่นช่าย ผัดมะเขือยาว

ผักจิ้ม ถั่วพู แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง ใบบัวบก กระเจี๊ยบมอญ กุ่ม ดอกจร ชะอม บัวสาย ผักกระเฉด ผักกูด ผัมขม ผักชีฝรั่งผักบุ้ง ตำลึง ผักกระเฉด ผักกาดจีน ผักปรัง มะระ ผักกาดนา ผักกาดนกเขา มะรุม ผักหนาม มะเขือยาว กุ่ยช่าย

ผลไม้ ชมพู่ แตงโม มะละกอ แตงไทย ลูกตาลอ่อนมันแกว พุทรา แอปเปิ้ล

เครื่องดื่ม น้ำบัวบก น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย น้ำมะตูมน้ำแตงโม

ของหวาน เฉาก๊วย รากบัวต้มใส่เม็ดบัว เต้าฮวยฟรุตสลัด

สิว...ปัญหาที่กวนใจใครหลายๆคน

11-07-2015

สาเหตุของการเกิดสิวยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง ได้แก่ มี Keratin มาอุดตันในรูขุมขนซึ่งเป็นทางเปิดของต่อมไขมันทำให้เกิดการอุดตัน และยังพบอีกว่าสาเหตุหลักของการเกิดสิวมักเกิดจากต่อมไขมันสร้างไขมัน (Sebum) มากกว่าปกติ อาจเนื่องมาจากแอนโดรเจน (Anndrogen) ในเลือดมีระดับสูง หรือมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน Testosrone ไปเป็น Dihydrotestosterone ซึ่งจะไปกระตุ้นต่อมไขมันมีขนาดใหญ่และผลิตไขมันออกมามาก พบมากในวัยรุ่น 70% - 80% ชายมากกว่าหญิง ในช่วงอายุ 14 – 18 ปี และมักจะดีขึ้นเมื่อมีอายุเกิน 40 ปี...

Read more

การพักฟื้นหลังคลอดดีต่อคุณแม่และลูกน้อยอ…

11-07-2015

พักฟื้นหลังคลอดดีต่อคุณแม่และลูกน้อยอย่างไร? พักฟื้นหลังคลอดกับผลดีต่อคุณแม่ การพักฟื้นหลังคลอดไม่ยากอย่างที่คิด สมุนไพรช่วยท่านได้เพียงใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ หน้าท้องของท่านจะค่อยๆแห้งลง กระตุ้นการหดตัวของมดลูก ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ปีกมดลูกแข็งแรงขับน้ำคาวปลาให้แห้งลดจุดลายด่างดำที่หน้าท้องให้ขาวเนียน นอกจากนี้หน้าอกและเต้านมจะไม่แห้งแบนหย่อนคล้อยสมุนไพรไทยสามารถช่วยฟื้นฟู และคืนสภาพให้หน้าอกกลับมาสวยงามและเต่งตึงเหมือนสาวอีกครั้ง พักฟื้นหลังคลอดกับผลดีต่อลูกน้อย สมุนไพรประสะน้ำนมช่วยให้น้ำนมคุณแม่เข้มข้นส่งผลให้ทารกได้ดื่มน้ำนมที่ บริสุทธิ์มีคุณค่าโดยทั่วไปถ้าไม่ได้ประสะน้ำนมก่อนน้ำนมที่ได้จะเป็นน้ำนม ดิบมีลักษณะใสปริมาณน้อยไม่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของทารก หลังคลอดเมื่อไหร่จึงจะฟื้นฟูสุขภาพ ? หลังคลอดสามารถฟื้นฟูได้ทันทีสำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติหลังจากคลอด30วันสำหรับคุณแม่ที่คลอดผ่าตัด

Read more

อาหารปรับธาตุ

13-09-2014

อาหารปรับธาตุ

  แหล่งความรู้     1.อาหารปรับธาตุ รสชาติของผักแต่ละชนิดใช้เป็นสิ่งบ่งบอกถึงคุณค่าทางสมุนไพรของพืชผักเหล่านี้ได้โดยสามารถระบุสรรพคุณทางการยาตามการจัดจำแนกรสได้ดังนี้ 1. รสฝาด มีสรรพคุณเป็นยาสมาน ช่วยรักษาแผล แก้ท้องเสีย แต่ถ้ากินมาก จะทำให้ท้องอืดเฟ้อและท้องเดิน ได้แก่ กล้วยดิบ ยอดกระโดน มะเดื่ออุทุมพร ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักเม็ก เป็นต้น 2. รสเปรี้ยว ช่วยกัดเสมหะ และกระตุ้นต่อมน้ำลาย ทำให้เจริญอาหาร แต่ถ้ากินมากจะทำให้ท้องอืด ร้อนใน และแผลหายช้า ได้แก่ ยอดมะกอก ผักติ้ว กระเจี๊ยบแดง ยอดมะขาม ส้มป่อย ชะม่วง เถาส้มกุ้ง...

Read more